Mar 17 / ธนพนธ์ รงรอง

6 กลยุทธ์การตลาดสร้าง ‘ความน่าเชื่อถือ’ ให้กับธุรกิจ Start-up และ SME

'ความน่าเชื่อถือ คือ การเชื่อมโยงกับกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจอย่างแท้จริง ถ้าธุรกิจของคุณไม่จริงใจ ลูกค้าจะเชื่อมโยงกับสิ่งที่คุณทำได้ยาก'


จากการศึกษาของเว็บไซต์ Stackla พบว่า ลูกค้ากว่า 90% ให้ความสำคัญกับ ‘ความน่าเชื่อถือ’ ในแบรนด์ที่พวกเขาชอบและสนับสนุน แต่ความน่าเชื่อถือคืออะไรกันแน่ล่ะ? เราจะแสดงให้ลูกค้าเห็นได้ยังไงว่า เราเป็นธุรกิจที่มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้คน ไม่ใช่แค่แบรนด์ที่ทำหน้าที่ขาย/ให้บริการหรือมีวาระเพียงอย่างเดียว

เมื่อพูดถึงความน่าเชื่อถือ... ความน่าเชื่อถือ คือ การเชื่อมโยงกับกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจอย่างแท้จริง ถ้าธุรกิจของคุณไม่จริงใจ ลูกค้าจะเชื่อมโยงกับสิ่งที่คุณทำได้ยาก เพราะผู้คนต่างต้องการธุรกิจหรือแบรนด์ที่พวกเขาสามารถเชื่อมโยงและเข้าถึงได้ นอกจากนี้ ความน่าเชื่อถือยังเกี่ยวข้องกับประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของธุรกิจด้วย รวมทั้งความโปร่งใสและการแสดงออกให้โลกเห็นว่า คุณเป็นใครและยึดถือในคุณค่าแบบไหน ฉะนั้น ให้เชื่ออย่างหนึ่งว่า ความน่าเชื่อถือคือหนึ่งในภาพลักษณ์ของธุรกิจของคุณ มันจะเป็นเอกลักษณ์ที่พึงมีสำหรับทุกแบรนด์

แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือผ่านการแสดงออกให้โลกได้รับรู้และเข้าถึงธุรกิจและบริการที่คุณทำได้ โดยเฉพาะกับกลุ่ม Start-up และ SME ที่กำลังเริ่มทำธุรกิจให้เติบใหญ่เป็นที่ยอมรับ... ซึ่งมันก็คงจะหนีไม่พ้น ‘การทำตลาด’

และรู้ไหมว่า เกือบ 90% ของการเริ่มต้นธุรกิจนั้นล้มเหลว การทำการตลาดของ Start-up และ SME นั้นยาก เพราะทุนที่มีไม่เพียงพอ ขณะที่ฐานลูกค้าก็มีจำกัด ความท้าทายนี้ส่งผลให้หลายธุรกิจ Start-up และ SME เผชิญกับความล้มเหลวได้ง่ายๆ

ฉะนั้นแล้ว ในบทความนี้ เราจะมาเผยกลยุทธ์ทางการตลาดบางอย่างที่ได้ผลดีสำหรับผู้ริเริ่มธุรกิจ โดยแบ่งเป็น 6 ข้อ ดังต้อไปนี้

1. รู้จักกลุ่มเป้าหมาย
คุณจำเป็นที่จะต้องรู้จักกลุ่มเป้าหมายของตัวเอง รวมถึงความต้องการและความสนใจของพวกเขา ก่อนที่คุณจะสร้างคอนเทนต์และการสื่อสารใดๆ ไปยังพวกเขา โดยเฉพาะบนช่องทาง Social Media เช่น Facebook, Instagram, Twitter เป็นต้น เพราะยิ่งคุณรู้เรื่องนี้มากเท่าไร คุณก็จะยิ่งทำการตลาดได้ดีมากขึ้นเท่านั้น

2. มีความจริงใจในการทำคอนเทนต์และการสื่อสารทางการตลาด
นอกจากรู้จักกลุ่มเป้าหมายและแสดงออกในแบบที่พวกเขาเข้าถึงได้แล้ว การแสดงออกให้ผู้คนเห็นว่า คุณเป็นใครในฐานะแบรนด์และทำอะไรอยู่ และมีประโยชน์กับผู้คนอย่างไรตามความเป็นจริงอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เนื่องจากการสร้างความน่าเชื่อถือในการตลาดนั้นคือการไม่พยายามเป็นสิ่งที่คุณไม่ใช่ เพราะผู้คนจะมองออกว่าสิ่งไหนที่จริงและสิ่งไหนที่ดูเหมือนว่าจะจริงและอาจเป็นของปลอม และถ้าคุณตัดสินใจว่าจะทำการตลาดที่ซื่อสัตย์และจริงใจกับผู้คนแล้ว จงแสดงออกในแบบนั้น อย่าพยายามทำการตลาดให้ธุรกิจของคุณเป็นในสิ่งที่มันไม่ใช่

3. ทำคอนเทนต์และสื่อสารให้เชื่อมโยงระหว่างธุรกิจกับผู้คนผ่านช่องทาง Social Media
วิธีที่จะทำให้ผู้คนเข้าถึงธุรกิจหรือแบรนด์ของคุณได้นั้น เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่สุดอย่างหนึ่งเลย คือ Social Media ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, Twitter, TikTok, YouTube เป็นต้น ที่จะสามารถช่วยคุณให้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ที่สนใจในผลิตภัณฑ์หรือบริการของธุรกิจของคุณได้ การสื่อสารถึงแบรนด์ของคุณต้องสอดคล้องกันในทุกช่องทางบน Social Media ไม่ว่าจะเป็นคำพูด ภาพ วิดีโอ เป็นต้น นอกจากนี้ อย่าลืมว่า Social Media เป็นดาบสองคม ธุรกิจ Start-up และ SME จำเป็นต้องมีส่วนร่วมในการตอบสนองอย่างรวดเร็วเมื่อมีคำถามหรือข้อสงสัยหรือข้อกังวลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณ ซึ่งจะช่วยสร้างความไว้วางใจและความเป็นกันเองกับผู้คนได้มากขึ้น ตลอดจนความน่าเชื่อถือของแบรนด์ แต่หากคุณล่าช้าหรือไม่ตอบสนองกับเรื่องเหล่านี้ ผลที่ได้ก็จะกลายเป็นตรงกันข้ามได้ง่ายๆ

4. สื่อสารกับผู้คนก่อนเปิดการขาย และเปิดโอกาสให้พวกเขาได้พูดคุยด้วย
คุณไม่ควรรีบเร่งขายผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณ โดยเฉพาะกับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น คุณควรสร้างคอนเทนต์หรือสื่อสารออกไปก่อนว่า ทำไมผู้คนถึงควรจะซื้อหรือใช้บริการของคุณ เช่น การให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณ การให้ความรู้ที่เชื่อมโยงกับธุรกิจของคุณ เป็นต้น ตลอดจนการสานสัมพันธ์อันดีกับผู้คนและเปิดโอกาสให้พวกเขาได้พูดคุยด้วย

5. สร้างเสียงที่แท้จริงให้กับแบรนด์ของคุณ
การจะทำให้แบรนด์เป็นที่หลงรักของผู้คน เสียงของคุณต้องเป็นของจริงและจริงใจด้วย หากไม่มีเสียงที่จริงใจ ผู้คนอาจไม่ได้รับประสบการณ์ที่พวกเขาคาดหวังและอาจมีความรู้สึกในแง่ลบเกี่ยวกับธุรกิจของคุณ ดังนั้น อย่าคาดหวังที่จะได้ความซื่อสัตย์ถ้าคุณและธุรกิจของคุณไม่ได้สะท้อนตัวตนของตัวเองออกไป มันไม่ใช่แค่กับสิ่งที่ถูกสื่อสารออกไปเท่านั้นนะที่สำคัญ แต่รวมถึงวิธีการที่คุณสื่อสารด้วย และจงตระหนักไว้ว่า การตลาดไม่ใช่แค่วิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่เป็นศิลปะด้วยอีกครึ่งหนึ่ง คุณต้องใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปในทุกสิ่งที่มาจากธุรกิจของคุณ ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการไปจนถึงการตลาดและการขาย

6. อย่ายึดติดกับความสำเร็จเดิมๆ และหัดวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อปรับปรุงการตลา
การแสดงออกว่าธุรกิจของคุณเป็นของจริงแล้ว มันยังไม่ใช่ทั้งหมด และไม่ได้หมายความว่าการตลาดของคุณจะประสบความสำเร็จทุกครั้งไป หรือแม้ว่าคุณจะทุ่มเทกับการตลาดในทางที่ว่ามานี้มากแค่ไหน ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้น คุณควรใช้เมตริกตัวชี้วัดและการวิเคราะห์ข้อมูลทางการตลาดในการตัดสินใจปรับปรุง เปลี่ยนแปลง และ/หรือเพิ่มสิ่งต่างๆ ลงไปยังคอนเทนต์และการสื่อสารไปยังผู้คนด้วย เพราะสิ่งที่ได้ผลดีในวันนี้ อาจไม่ได้ผลดีในวันหน้า ดังนั้น จงอย่ายึดติดกับความสำเร็จแบบเดิมๆ และกลยุทธ์การตลาดเพียงแบบเดียวมากเกินไป

นอกเหนือจาก 6 ข้อนี้ อย่าลืมเรียนรู้ที่จะใช้ประโยชน์จากเครื่องมือทางการตลาดที่ทันสมัยอื่นๆ ด้วย เช่น การโฆษณาบน Social Media, การตลาดด้วย Influencer, และแม้แต่การทำแคมเปญอีเมล์ เป็นต้น เพื่อทำให้ธุรกิจ Start-up หรือ SME ของคุณเป็นที่รู้จักในวงกว้างและประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นกว่าเดิม

อ้างอิง: https://www.entrepreneur.com/article/416853