Apr 19 / ธนพนธ์ รงรอง

Burnout หนักมาก ไม่มีความสุข ไม่รู้จะทำยังไง เรียนรู้ 12 แนวทางแก้ภาวะหมดไฟในการทำงาน

ภาวะ Burnout คืออะไร?

ภาวะ Burnout คือ ภาวะหมดไฟในการทำงานที่สามารถพัฒนาไปสู่ภาวะโรคซึมเศร้าได้ ซึ่งเกิดจากความเครียดในการทำงานและในชีวิต และเป็นภาวะยอดฮิตในกลุ่มคนวัยทำงาน ทั้งยังมักเกิดขึ้นกับกลุ่มคนที่ทำงานเก่ง หรือเป็น Perfectionist (คนสมบูรณ์แบบ) หรือคนที่มีหลายบทบาทในชีวิต และเต็มไปด้วยความคาดหวังจากผู้คนรอบข้าง
สำหรับคนที่มีความเครียดในการทำงานอยู่ที่อาจนำไปสู่ภาวะ Burnout และภาวะอื่นๆ ที่อาจตามมาอีก ทาง SHiFT ขอนำเสนอ 10 แนวทางเบื้องต้นแก้ภาวะ Burnout ดังต่อไปนี้

1. รู้ว่าความเครียดของคุณมาจากอะไร เพราะการรู้ว่าอะไรเป็นเป็นตัวกระตุ้นความเครียดจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงการกระทำหรือตอบโต้สิ่งเหล่านั้น โดยคุณสามารถทำได้ด้วยการพยายามให้ความสนใจกับเหตุการณ์ ผู้คน และ/หรือสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความเครียดอย่างต่อเนื่อง และตั้งใจที่จะหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านั้นให้มากที่สุด

2. สร้างนิสัยการจดบันทึก เพราะมีการพิสูจน์แล้วว่า การจดบันทึกเป็นเครื่องมือระบายอารมณ์ที่ยอดเยี่ยม การสร้างนิสัยนี้อาจต้องใช้เวลาสักระยะ แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะสอนวิธีฟื้นตัวจากความอ่อนล้าทางจิตใจได้อย่างเป็นธรรมชาติ

3. พูดคุยกับเพื่อนหรือคนที่พร้อมสนับสนุนคุณ คุณสามารถพูดคุยกับเพื่อนหรือคนรอบข้างที่คุณสนิทสนมที่พร้อมสนับสนุนและอยู่เคียงข้างคุณให้เป็นสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยของคุณ มันจะช่วยบรรเทาความเครียดของคุณได้ นอกจากนี้ คุณยังอาจจะได้กำลังใจดีๆ จากคนรอบข้างของคุณด้วย ดังนั้น อย่ากังวลหรืออายที่จะพึ่งพาคนอื่น

4. ออกกำลังกายให้เพียงพอ เพราะการเคลื่อนไหวร่างกายจะช่วยคลายความตึงเครียดพร้อมกับการสร้างฮอร์โมนที่ช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้ เช่น เอ็นดอร์ฟิน (Endorphins)

5. สื่อสารเพื่อตัวเอง คุณสามารถสื่อสารกับหัวหน้าของคุณแบบตรงไปตรงมาในสิ่งที่คุณเผชิญอยู่ เช่น งานเยอะไป เวลาในการทำงานมากไป เพื่อนร่วมงานมีปัญหา เป็นต้น เพื่อหาแนวทางให้สถานการณ์ต่างๆ ที่กำลังสร้างความเครียดให้กับคุณนั้นดีขึ้นและมีการเปลี่ยนแปลง

6. สร้าง Work-life Balance หรือสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน สาเหตุหลายอย่างเกิดจากความเหนื่อยหน่ายกับความสัมพันธ์ที่ไม่สมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน ดังนั้น คุณควรเรียนรู้ที่จะสร้างความสมดุลนี้ขึ้น สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่บทความ 8 วิธีสร้าง Work-Life Balance ยกระดับคุณภาพชีวิต/การทำงานสู่ความสำเร็จ

7. ทำในสิ่งที่คุณชอบ เพราะหากคุณต้องการฟื้นฟูตัวเองจากความเครียดและความอ้อนล้าทางจิตใจ ความสนุกสนานคือส่วนหนึ่งที่สำคัญ มุ่งมั่นทำในสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุขจะช่วยปรับระดับความเครียดและช่วยให้คุณเชื่อมโยงกับตัวเองได้ดียิ่งขึ้น

8. นอนหลับให้ดี เพราะการนอนหลับที่ไม่เพียงพอจะส่งผลต่อความเครียดที่มากขึ้น รวมถึงความแข็งแรงทางร่างกาย สมาธิ และอารมณ์ พยายามนอนให้ได้อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงในแต่ละวัน ซึ่งจะดีต่อสุขภาพของคุณเองด้วย และหากคุณมีอาการนอนไม่หลับ สามารถเรียนรู้วิธีแก้ไขเบื้องต้นได้ที่บทความ ดึกแล้ว แต่นอนไม่หลับ... ส่งผลต่อสมดุลชีวิตของเรา รู้จัก 10 วิธีแก้ปัญหาอาการนอนไม่หลับระยะยาว

9. ทานอาหารเพื่อุขภาพ เพราะการทานอาหารที่สดใหม่และมีประโยชน์ต่อสุขภาพสามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันและทำให้คุณเสี่ยงต่อความเครียดและความเหนื่อยล้าน้อยลง พยายามทางอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการเพื่อให้มีพลังงานที่มากขึ้น

10. ฝึกสติและสมาธิ เพราะทักษะนี้จะมุ่งเน้นไปที่ภาพรวมและส่งเสริมวิถีชีวิตที่สงบสุขมากขึ้น ลดอาการตึงเครียดได้

11. กำหนดขอบเขตการทำงาน หลายคนเมื่อถูกยัดงานเกินหน้าที่ แต่ก็มักจะไม่กล้าปฏิเสธ ซึ่งอาจส่งผลต่อความเครียดในการทำงานที่มากขึ้นและนำไปสู่ภาวะ Burnout ดังนั้น คุณควรปฏิเสธงานที่มากเกินไป โดยเฉพาะที่นอกเหนือจากหน้าที่ของคุณ

12. ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญหรือเข้าคอร์สอบรม เพราะหากคุณพยายามแก้ไขทุกอย่างด้วยตัวเองอาจเป็นเรื่องยาก การเข้าคอร์สอบรมด้านการแก้ไขภาวะ Burnout หรือปรึกษานักจิตวิทยา จะช่วยให้คุณสามารถแก้ไขอาการนี้ได้อย่างมีขั้นตอนและเป็นระบบ

ทีมงาน SHiFT หวังเป็นอย่างยิ่งว่า 12 แนวทางนี้จะช่วยให้ใครก็ตามที่มีภาวะ Burnout นี้อยู่สามารถบรรเทาอาการลงได้ไม่มากก็น้อยนะครับ ขอให้มีกำลังใจและสู้ต่อไป